ย้อนอดีตวันวาน » เหตุการณ์สำคัญ » บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านเพลง ตอน กัมพูชา

บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านเพลง ตอน กัมพูชา

22 มีนาคม 2015
624   0

“สงครามไม่มีความปราณี ไม่มีความอารีมีแต่ทุกข์เวทนา “  บทเพลงที่เอื้อนเอ่ยจากสำเนียงเสียงร้องของ วงคาราบาว ในเพลงกัมพูชา ที่ bkkclub.net อยากบอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านเพลง ในตอน กัมพูชา ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเกิดสงครากลางเมือง ทำให้สูญเสียชีวิตผู้คนไปมากมาย จากความขัดแย้งในประเทศ และ การก้าวเข้ามาของประเทศที่ 3 ทำให้สงครามกัมพูชา ลุกลามใหญ่โตเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด สร้างความสูญเสียของชีวิตผู้คนทุกเพศทุกวัย เป็นที่กล่าวขานถึงความโหดร้ายไปทั่วโลกในยุคนั้น และ ทำให้สหประชาชาติและอีกหลายๆประเทศต้องร่วมมือกันเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้ยุติลง

 

สงครามกลางเมืองกัมพูชา เป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม(เวียดนามเหนือ) และเวียดกงฝ่ายหนึ่งกับรัฐบาลสาธารณรัฐเขมรที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐเวียดนาม (เวียดนามใต้) อีกฝ่ายหนึ่ง

บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านเพลง ตอน กัมพูชา

บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านเพลง ตอน กัมพูชา

สงครามนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นจากอิทธิพลและการกระทำของพันธมิตรคู่สงคราม การเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องของกองทัพประชาชนเวียดนาม(กองทัพเวียดนามเหนือ) เป็นไปเพื่อป้องกันฐานที่มั่นทางตะวันออกของกัมพูชา ซึ่งหากเสียไปการดำเนินความพยายามทางทหารในเวียดนามใต้จะยากขึ้น หรัฐประหาร 18 มีนาคม พ.ศ. 2513 ทำให้รัฐบาลนิยมอเมริกาและต่อต้านเวียดนามเถลิงอำนาจ และยุติความเป็นกลางในสงครามเวียดนาม กองทัพเวียดนามเหนือจึงถูกคุกคามจากทั้งรัฐบาลกัมพูชาใหม่ที่ไม่เป็นมิตรทางตะวันตก และกองกำลังสหรัฐและเวียดนามใต้ในเวียดนามทางตะวันออก

บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านเพลง ตอน กัมพูชา

บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านเพลง ตอน กัมพูชา

หลังจากการสู้รบผ่านไป 5 ปี รัฐบาลฝ่ายสาธารณรัฐเขมรพ่ายแพ้เมื่อ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 และเขมรแดงได้ประกาศตั้งกัมพูชาประชาธิปไตย ความขัดแย้งนี้แม้จะเป็นการสู้รบในประเทศ แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเวียดนาม (พ.ศ. 2502 – 2518) และมีความเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างราชอาณาจักรลาว เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ สงครามกลางเมืองนี้นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา

CR.ข้อมูลประกอบจาก wiki ภาพจาก google