หากใครได้ยินประโยคนี้ ไปดิ้น ดิ้น กันไหมลุง !!!!!!  คงนึกถึงเพลงแดนซ์ในยุคนี้ และคงนึกถึงสถานที่เที่ยวที่ยุคนี้เรียกกันว่า ผับ เพราะสมัยนี้นั้นมักนิยมที่เที่ยวแนวนี้ มีเวทีเล็กๆ มีวงดนตรีสลับเปิดเพลง โต๊ะเก้าอี้แน่นๆเต็มร้าน นักเที่ยวส่วนใหญ่มานั่งดื่มกัน หรือ บางแห่งก็มีบาร์เล็กๆ สำหรับนักเที่ยวฉายเดี่ยว หากอยากเต้นก็เต้นกันตามโต๊ะ มันช่างดูแออัดจริงๆ

แต่ในสมัยก่อนย้อนไปสัก 30 ปี สถานที่เที่ยวสุดฮิตและดังสุดๆ คงไม่มีเกินหน้า เดอะพาเลซ และคงไม่มีใครในยุคนั้นไม่รู้จัก และไม่ปฎิเสธว่าที่นี่สุดยอดจริงๆ แม้ว่า เดอะพาเลซ จะกลายเป็นตำนานในความทรงจำของนักเที่ยวในยุคนั้นไปแล้วก็ตาม หากให้ย้อนระลึกถึงความสนุกแลความทรงจำขอบอกเลยว่าสนุกและเที่ยวมันส์กว่ายุคนี้ เพราะสมัยนั้นผับแบบสมัยนี้ยังไม่มี และเราจะเรียกที่เที่ยวแบบนี้ว่า ดิสโก้เธค   

ไปดิ้น ดิ้น กันไหมลุง !!!!!!

 

เดอะพาเลซ สถานที่โอ่โถงมากกว่า ผับ สมัยนี้มี ฟลอร์ สำหรับขาแดนซ์ได้วาดลวดลายกันเต็มที่ไม่ต้องกลัวชนโต๊ะ หรือ เบียดกัน มีบาร์ยาวหลายมุมสำหรับนักดื่มที่อยากนั่งดูขาแดนซ์ หรือ อยากแค่ฟังเพลงจากแผ่น มีจอทีวีใหญ่ๆ ฉายมิวสิควิดิโอที่พอหาได้ในยุคนั้น หรือ ฉายภาพยนต์ให้ดูเพลินๆ แต่ไม่มีเสียงนะ มีดีเจคอยเปิดเพลงไทยบ้าง สากลบ้าง ช้าเร็วสลับกันไป มีโต๊ะนั่งแต่ก็ห่างๆกัน นั่งสบายไม่แออัด การเปิดแผ่นของดีเจเรียกได้ว่าสุดมันส์มีลีลาการพูดคุยแซวนักเที่ยวขำๆ ทะลึ่งๆ แต่สุภาพกว่าสมัยนี้ นักเที่ยวมีทุกระดับ ค่าดริงค์ในยุคนั้นไม่แพงค๊อกเทลสักแก้วราคาไม่ถึง 200 หรือเปิดเหล้าสักชุด 2,000 นี่ก็เมาแอ๋กันทั้งกลุ่มแล้ว ดารา เซเลป มากหน้าหลายตา สาวๆนักเที่ยวแต่งตัวกันสุดฤิทธิ์ตามแฟชั่นในยุคนั้นที่ต้องดูหรู สวย และ ดูดี ส่วนหนุ่มๆก็เน้นหล่อเนี๊ยบ เรียกได้ว่าเที่ยวสบายตา สนุกกับเสียงเพลงจริงๆ ต่างกับสถานที่เที่ยวสมัยนี้ แม้ว่าในยุคนั้นการไป ดิสโก้เธค  จะดูเป็นพวกใจแตกก็ตาม แต่ไม่มีใครไม่อยากไปสัมผัส เดอะพาเลซ  ดิสโก้เธค สุดดังแห่งยุคดูสักครั้ง เสียดายที่หาภาพเก่าๆมาให้ชมไม่ได้