ย้อนรอยโศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตคนไปมากที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย   สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และวัฒนธรรมต่างประเทศสนุกๆ เช่นเคย .... สำหรับวัฒนธรรมต่างประเทศที่นำมาฝากวันนี้ จะเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมต่างประเทศก็คงเรียกได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ เอ๊ะ ยังไง? เมื่อครั้งก่อนโน้น พี่เป้ เคยนำเรื่องของ 10 อุุบัติเหตุที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของเกาหลีใต้ มาให้อ่านกัน และก็มีน้องๆ แอบกระซิบมาว่า อยากให้รวมอุบัติเหตุของไทยบ้าง....ได้เลยค่ะ วันนี้นำมาให้อ่านแล้ว ลองมาย้อนอดีตไปพร้อมๆ กัน กับ 6 อุบัติเหตุสุดร้ายแรงในไทยที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากที่สุดอันดับ 6 เหตุการณ์รถแก๊สระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ วันที่เกิดเหตุ 24 กันยายน พ.ศ. 2533 จำนวนผู้เสียชีวิต 80 ราย เรียกว่าเป็นข่าวอุบัติเหตุที่ครึกโครมมากที่สุดในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ค่ะ กับเหตุการณ์รถแก๊สแอลพีจีระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เปลี่ยนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ให้กลายเป็นทะเลเพลิงภายในเวลาไม่กี่วินาที กับหลายสิบชีวิตที่ต้องสูญเสีย และอีกหลายสิบชีวิตที่ไม่ได้สูญเสียแต่ก็ต้องใช้ชีวิตเสมือนตายทั้งเป็น ในเวลา...
พริตตี้ในเมืองไทย ถือกำเนิดมาก็ใกล้ๆ กับงานมอเตอร์โชว์นั่นแหละ ถ้าใครเกิดทันยุครุ่งเรือง คงเป็นช่วงที่จัดงานอยู่ที่ สวนอัมพร ถือเป็นพริตตี้สาวรุ่นแรกๆ แน่นอนว่า...สมัยนั้นก็สวยแบบไทย แฟชั่นตามสมัย ไม่ต่างอะไรกับบรรดานางงามประกวดบนเวที   เครดิตภาพจาก Krerk Chiller P   ขอบคุณกระทู้ ภาพถ่ายในอดีต ของคุณ เมาฟรีรักษ์เจ้าพระยา http://pantip.com/topic/31896637 ขอบคุณ แฟนเพจ ย้อนอดีตวันวาน  https://www.facebook.com/daradung รูปพริตตี้มอเตอร์ไซค์ซูซูกิ เมื่อปี พ.ศ.2525  
อันดับที่ 10 Suzuki GSX-R750 SRAD ซูเปอร์ ไบค์ขนาดเจ็ดแรงครึ่งที่ฮอดฮิตเหลือเกินในขณะนั้น โดยมันถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงปลายของยุค 90 และมันเป็นสัญลักษณ์ของการบอกลา"เฟรมอู่"คู่บักเอ้บอันใหญ่ขนาดมหึมาที่เป็น เหมือนนามสกุลตีตรามาให้กับรถซูซูกิ ตระกูล GSX มาหลายยุคหลายสมัยจนถึงปี 1995 (เฟรมเหลี่ยมๆ ที่หักมาถึงช่วงกลางของถังน้ำมันรถ) ซึ่งแน่นอนว่าการปฎิวัติครั้งนั้นมันได้รับอิทธิพลมาจากตัวแข่งเวิลด์ จีพีอย่างเจ้า RGV500 ของเควิน ชวานซ์ และอีกหนึ่งจุดขายของมันก็คือน้ำหนักที่เบาหยองกรอด(179 กิโลกรัม) แต่บรรจุความแรงเอาไว้แบบเต็มลำ อีกหนึ่งสัญญาลักษณ์ของมันก็คือรหัส SRAD (ซูซูกิ แรมแอร์ไดเรคชั่น) สองรูใหญ่ๆ ข้างไฟหน้าของมันสวยยิ่งกว่าสาวงามจาเวเนซุเอล่าสำหรับสาวกของพี่ซูฯ ซึ่งมันช่วยบังคับอากาศที่วิ่งมาปะทะหน้ารถป้อนเข้าสู่แอร์บ็อกซ์ขนาดใหญ่ ที่อยู่ด้านใน นอกเหนือจากจุดขายต่างๆ ของมัน เจ้า Suzuki GSX-R750 SRAD ยังคงเดินตามรอยเท้าของตัวกลั่นหลายๆ ตัวด้วยการลงไปโลดแล่นบนแทร็คสร้างชื่อให้กับต้นสังกัดเช่นกัน...
ภาพเหล่านี้เป็นภาพพิมพ์บนกระดาษที่เริ่มจะกรอบแล้ว เป็นแผ่นกระดาษพิมพ์หน้าเดียวที่เตรียมเย็บเล่ม คงจะเป็นหนังสือที่ระลึกในงานสำคัญระดับชาติ ภาพหญิงสาว ผิวผ่อง เสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อย อาจเป็นบันทึกการประกวดสาวงามในยุคต้นๆ ก่อน  พ.ศ. ๒๔๘๐ ?   ...
วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ นักเรียนมอปลายกำลังลุ้นสอบ GAT/PAT เพื่อยื่นผลคะแนนสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ปี การศึกษาหน้านี้ การเปิดภาคเรียนจะไปตกราวกลางเดือนสิงหาคม ๒๕๕๗ นักเรียนที่ยังไม่ติดสอบตรง คงต้องรอลุ้นประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย ปีนี้คงไม่รีบร้อน มีเวลาเตรียมเนื้อเตรียมตัวจะเป็นน้องใหม่กันอีกหลายเดือน ระหว่าง นี้ ชมภาพของนิสิตจุฬาฯเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ บรรยากาศการรับน้องใหม่สมัยนั้น ไม่มีอุปกรณ์อะไรมากมาย ไม่มีช่องทางการสื่อสารอื่นๆรบกวน สบตาและอ่านใจกันตรงๆ ก็เป็นเพื่อนกันได้แล้ว       ขอบคุณภาพและที่มาจาก : http://www.bloggang.com User : Insignia_Museum    
ความสำคัญ ชาวล้านนาให้ความสำคัญวันปีใหม่เมืองมากเพราะถือว่าเป็นการแสดงความเลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนาแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษความสามัคคีและสนุกสนานในหมู่คณะ และยังเป็นเทศกาลที่ญาติพี่น้องซึ่งแยกย้ายกันอยู่ตามที่ต่าง ๆได้มีโอกาสกลับมาพบปะสังสรรค์กันจึงนับเป็นการรวมญาติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี http://www.youtube.com/watch?v=OUFpTnVudoo   พิธีกรรม วันแรกของงาน คือ วันที่ 13 เมษายน ตามประเพณีพื้นเมืองเรียกว่า วันสังขารล่อง คือ หมายความว่าวันนี้สิ้นสุดศักราชเก่าในวันนี้จะได้ยินเสียงยิงปืนจุดประทัดกันแต่เช้าตรู่การยิงปืนและการจุดประทัดนี้ มีความเชื่อถือกันแต่โบราณว่าเป็นการขับไล่เสนียดจัญไรต่าง ๆให้ล่องไปพร้อมกับสังขารนอกจากนั้นชาวบ้านก็จะกวาดขยะมูลฝอยตามลานบ้านไปกองไว้แล้วจุดไฟเผาเสียและทำความสะอาดปัดกวาดบ้านเรือนให้เรียบร้อยเก็บเสื้อผ้ามุ้งหมอนผ้าปูที่นอนไปซักอุปกรณ์ที่ซักไม่ได้ก็นำออกไปผึ่งแดดเสร็จแล้วก็ชำระร่างกายสระผม (ดำหัว) ให้สะอาด และมีการแห่พระพุทธรูปสำคัญประจำเมืองด้วย   วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า วันเนา หรือ วันเน่า ในวันนี้ตามประเพณีถือว่าเป็นวันสำคัญและเป็นมงคลแก่ชีวิตจะได้ประสบแต่ความดีงามตลอดปีจะไม่ทำอะไรที่ไม่เป็นมงคลเช่น ด่าทอหรือทะเลาะวิวาทกันตอนเช้าต่างก็จะไปตลาดเพื่อจะจัดซื้ออาหารและข้าวของมาทำบุญเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันดา (คือวันสุขดิบทางใต้)ตอนบ่ายจะมีการขนทรายเข้าวัดโดยขนจากแม่น้ำปิงแล้วนำไปยังวัดที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อก่อเจดีย์ทรายตามลานวัดเจดีย์ที่ก่อขึ้นจะตบแต่งด้วยธงทิวสีต่าง ๆธงสีนี้ชาวพื้นเมืองเรียกว่า ตุงทำด้วยกระดาษสี ตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมชายธงและรูปร่างต่าง ๆติดปลายไม้อีกชนิดหนึ่งตัดเป็นรูปลวดลายต่าง ๆ ติดปลายไม้เรียกว่าช่อการทานหรือถวายตุงหรือช่อนี้ถือกันว่าเมื่อตาย (สำหรับผู้ที่มีบาปหนักถึงตกนรก) จะสามารถพ้นจากขุมนรกได้ด้วยช่อและตุงนี้ส่วนการขนทรายเข้าวัดนั้นถือว่าเป็นการทดแทนที่เมื่อตนเดินผ่านหรือเข้าออก วัด ทรายในวัดย่อมจะติดเท้าออกไปนอกวัดเป็นบาปกรรมทางวัดจะได้ใช้ทรายเพื่อประโยชน์ในการสร้างหรือถมลานวัด เจดีย์ทรายนี้จะทำพิธีถวายทานในวันรุ่งขึ้นและจะมีการปล่อยนกปล่อยปลาอีกด้วยในวันขนทรายนี้ จะมีการเล่นรดน้ำกันและเป็นการเล่นอย่างสนุกสนานที่สุดวันหนึ่งผู้หญิงจะแต่งกายพื้นเมืองจะนุ่งผ้าซิ่นสวมเสื้อแขนยาวทัดดอกเอื้องที่มวยผมส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดพื้นเมืองคล้องคอด้วยดอกมะลิถือขันหรือโอคนละใบใส่น้ำเพื่อรดกันอย่างสนุกสนาน และขนทรายเข้าวัดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทุก ๆ คน   วันที่สาม ตรงกับวันที่ 15...

POPULAR POSTS

MY FAVORITES

I'M SOCIAL

20,752แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม
2,382ผู้ติดตามติดตาม